แร่แห่งอนาคต: โอกาสการลงทุนเบื้องหลังการเติบโตของ AI
การเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI กำลังผลักดันความต้องการแร่สำคัญทั่วโลกให้เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก และเปิดโอกาสการลงทุนในระยะยาว

ระยะเวลา: 3 นาที
วันที่: 20 ต.ค. 2569
แม้ AI จะเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่ทั่วโลกจับตามอง แต่ราคาหุ้นเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับสูง ทำให้นักลงทุนเริ่มมองหาทางเลือกอื่น ที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตเชิงโครงสร้างในระยะยาว
“แร่แห่งอนาคต” จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในการลงทุนรับโอกาสจากการเติบโตของ AI พร้อมช่วยกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่เป็นรากฐานสำคัญของการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทรนด์แห่งอนาคตตั้งแต่พลังงานสะอาด หุ่นยนต์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
แร่สำคัญ: รากฐานของการเติบโตของ AI
เมื่อพูดถึง AI หลายคนอาจนึกถึงสิ่งที่จับต้องไม่ได้อย่างอัลกอริทึม ซอฟต์แวร์ หรือระบบคลาวด์ แต่เบื้องหลังการนำ AI มาใช้งานจริงกลับต้องพึ่งพาทรัพยากรจำนวนมาก โดยเฉพาะแร่สำคัญอย่างทองแดง ยูเรเนียม และแร่หายาก (rare earths) ซึ่งเป็นแร่สำคัญที่นำมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ Data centre และระบบพลังงานสะอาด ไปจนถึงหุ่นยนต์ ในขณะที่ความต้องการแร่เหล่านี้เพิ่มสูงขึ้น แต่ปริมาณแร่ที่ผลิตได้ยังมีจำกัด ปัจจัยดังกล่าวจึงสร้างโอกาสการเติบโตที่น่าสนใจให้กับบริษัทในอุตสาหกรรมเหมืองแร่และการสกัดทรัพยากร
ทองแดง: ขุมพลังของโครงสร้างพื้นฐาน AI
ทองแดงมีคุณสมบัติเด่นในการนำไฟฟ้าและถ่ายเทความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูง จึงเป็นแร่สำคัญที่นำมาใช้ในเซิร์ฟเวอร์ ระบบระบายความร้อน และโครงข่ายไฟฟ้า (power grids)
BloombergNEF คาดว่าความต้องการทองแดงจากการขยายตัวของ Data centre จะเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 572,000 ตันภายในปี พ.ศ. 2571 ขณะที่ RBC ประเมินว่า การนำ AI มาใช้อย่างแพร่หลายและรวดเร็วยิ่งขึ้นอาจผลักดันความต้องการทองแดงให้เพิ่มขึ้นอีก 18% ภายในปี พ.ศ. 2583 ขณะที่ปริมาณทองแดงจากแหล่งผลิตใหม่ยังมีจำกัด
นอกจากนี้ เทคโนโลยีพลังงานสะอาดอย่างพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมยังต้องใช้ทองแดงมากกว่าเทคโนโลยีที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลถึง 2–5 เท่า จึงยิ่งเพิ่มความต้องการทองแดงให้สูงขึ้น
แร่หายาก: ขับเคลื่อนหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
แร่หายากเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตแม่เหล็กถาวร ที่ใช้ในมอเตอร์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ และระบบพลังงานสะอาด โดยเฉพาะเมื่อหุ่นยนต์ AI มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว ความต้องการแร่หายากก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
Boston Dynamics ประเมินว่า ภายในปี พ.ศ. 2593 อาจมีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ใช้งานมากถึง 1 พันล้านตัว หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แต่ละตัวอาจต้องใช้แม่เหล็กจากแร่หายากประมาณ 3–4 กิโลกรัม ขณะที่หุ่นยนต์อุตสาหกรรมอาจใช้มากถึง 20 กิโลกรัม ความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้คาดว่าจะผลักดันการใช้แร่หายากให้เติบโตเฉลี่ยถึง 50% ต่อปีจนถึงปี พ.ศ. 2578
แร่แห่งอนาคต ช่วยเพิ่มโอกาสให้พอร์ตของนักลงทุนอย่างไร?
กระจายการลงทุนนอกเหนือจากหุ้นเทคโนโลยี: แร่แห่งอนาคตช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงโอกาสจาก AI โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ พร้อมทั้งกระจายการลงทุนในหลายอุตสาหกรรม ภูมิภาค และบริษัทที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) แตกต่างกัน
โอกาสจากผู้เล่นที่พิสูจน์ตัวเองแล้ว: เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ยังยากจะคาดเดาว่าบริษัทใดก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอนาคต ธุรกิจเหมืองแร่มีผู้เล่นที่เป็นบริษัทชั้นนำและเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว จึงเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงบริษัทที่มีศักยภาพและมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของ AI
จากโอกาสของธีมลงทุน สู่จุดแข็งในการคัดเลือกหุ้นและสร้างพอร์ตของ Aberdeen
แม้แนวโน้มความต้องการแร่แห่งอนาคตจะเพิ่มสูงขึ้น แต่โอกาสของแต่ละบริษัทอาจแตกต่างกัน การมองเห็นเทรนด์จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ขณะที่การเฟ้นหาบริษัทที่มีศักยภาพและสร้างพอร์ตที่เหมาะสมคือหัวใจสำคัญของการลงทุน
นี่คือจุดแข็งของ Aberdeen ในการใช้แนวทาง Hybrid Investment Approach ที่ผสานความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของทีมผู้จัดการกองทุนเข้ากับการวิเคราะห์เชิงปริมาณ เพื่อเฟ้นหาโอกาสการลงทุนและสร้างพอร์ตที่มีประสิทธิภาพ
โดยทีมผู้เชี่ยวชาญหุ้นทั่วโลก ทำการวิเคราะห์เชิงลึกในแต่ละบริษัท ทั้งผลการดำเนินงาน ความสามารถในการแข่งขัน และฐานะทางการเงิน พร้อมนำปัจจัยด้าน ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิเคราะห์ เพื่อประเมินความเสี่ยงและค้นหาโอกาสการลงทุน รวมถึงพิจารณาสภาพคล่องของหุ้น
ก่อนเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์เชิงปริมาณ โดยใช้ Aberdeen Thematic Score ซึ่งเป็นระบบการให้คะแนนที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Aberdeen ในการวิเคราะห์ คำนวณคะแนนความน่าสนใจของหุ้นในหลายมิติ ครอบคลุมทั้งปัจจัยด้านมูลค่าหุ้น (Valuation) คุณภาพของบริษัท (Quality) และโมเมนตัม (Momentum) เพื่อจัดพอร์ตลงทุนให้เหมาะสมและกระจายการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ (Portfolio optimisation)
การผสานสองแนวทางเข้าด้วยกัน ช่วยให้ Aberdeen ไม่เพียงมองเห็นโอกาสจากเทรนด์แห่งอนาคต แต่ยังสามารถคัดเลือกหุ้นและสร้างพอร์ตที่เหมาะสม เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำเตือน
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มิได้มีเจตนาเป็นคำแนะนำการลงทุน คำแนะนำในการซื้อ ขาย หรือถือครองหลักทรัพย์หรือหน่วยลงทุน และไม่ถือเป็นการรับรองหรือสนับสนุนผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือการลงทุนใด ๆ




